การดูแลรักษา........
การออกกำลังกาย (Exercise)
            ในอดีต ไม่แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ออกกำลังกาย เนื่องจากเกรงว่า
อาจเกิดอันตรายต่อมารดาและทารกในครรภ์ ต่อมาการศึกษาในสตรีตั้งครรภ์ปกติพบว่า การออก
กำลังกายทำให้มีการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น และยังช่วยลดปัญหาเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป
เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดหลัง และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น     นอกจากนี้การ
ศึกษาผลของการออกกำลังกายในสตรีที่เป็นโรคเบาหวานพบว่า    ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลใน
เลือดได้ดีขึ้น จึงเริ่มมีการศึกษาถึงผลของการออกกำลังในสตรีตั้งครรภ์     ที่เป็นโรคเบาหวานใน
เวลาต่อมา
             ในปีพ.ศ. 2532 Jovanovic-Peterson และคณะพบว่าการออกกำลังกายมีผลในระดับ
กลูโคสในเลือดขณะงดอาหารลดลงในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็น GDM(73) ในขณะที่ Bung และคณะ
ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของระดับน้ำตาลในเลือด   และน้ำหนักทารกแรก
คลอดในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็น GDM ระหว่างกลุ่มที่ออกกำลังกายและกลุ่มควบคุม(74)แต่ในทาง
กลับกันก็ไม่พบว่าการออกกำลังกายในสตรีตั้งครรภ์กลุ่มนี้ส่งผลให้เกิดอันตรายใดๆ      ต่อทารก
ในครรภ์(75,76)
            สำหรับสตรีตั้งครรภ์กลุ่มที่เป็น IDDM การพิจารณาแนะนำให้ออกกำลังกาย จะต้องระมัด
ระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากสตรีกลุ่มนี้มีโอกาสเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย หากพิจารณา
ให้ออกกำลังกายจะต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์      มีการควบคุมระดับน้ำตาลใน
เลือดและปรับระดับอินสุลินที่แน่นอนและสม่ำเสมอ         ตลอดจนมีการเตรียมการป้องกันภาวะ
ดังกล่าว เช่น แนะนำให้รับประทานอาหารว่างก่อนออกกำลังกาย       เตรียมกลูโคสไว้เสมอขณะ
ออกกำลังกาย เป็นต้น       และสตรีกลุ่มนี้ควรทราบข้อมูลว่า ควรหยุดออกกำลังกายเมื่อมีอาการ
ผิดปกติใดเกิดขึ้นบ้าง
            โดยสรุป จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเชื่อว่า การออกกำลังกายน่าจะเป็นผลดี และไม่เกิด
อันตรายใดๆ  ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็น GDM(77,78)  อย่างไรก็ดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโปรแกรม
การออกกำลังกาย ควรอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์    หรือบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับ
สตรีตั้งครรภ์ที่เป็น IDDM   การใช้โปรแกรมการออกกำลังกายร่วมในการดูแลรักษาควรพิจารณา
เป็นรายๆไป